PHUKET VILLA - THAILAND

สินเชื่อ

ขั้นตอนและเอกสารการขอสินเชื่อ

ทาง บริษัท ในเครือภูเก็ตวิลล่า ได้มีการอำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่ประสงค์จะซื้อบ้านกับทางบริษัทฯ โดยเป็นตัวกลางในการติดต่อระหว่างท่านกับทาง ธนาคารที่ท่านต้องการจะขอสินเชื่อ อาทิ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกสิกรไทย เป็นต้น โดยจัดเตรียมเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่จำเป็นในการขอสินเชื่อนอกจากนี้ท่านยังสามารถปรึกษาเกี่ยวกับ เรื่องสินเชื่อได้ที่สำนักงานขายภูเก็ตวิลล่าเจ้าฟ้า (เยื้องศาลเจ้าจ้อสู้ก้ง) เวลา 09.00 น. – 18.00 น. (ยกเว้นวันอาทิตย์)

สำหรับท่านที่ต้องการให้ทางบริษัทฯ ดำเนินการขอสินเชื่อให้โปรดเตรียม หลักฐานสำคัญที่ใช้ในการขอสินเชื่อและโอนกรรมสิทธิ์ ดังนี้


สำหรับผู้มีรายได้เป็นเงินเดือน หรือข้าราชการ

แสดงตน

  • บัตรประจำตัวประชาชน , ทะเบียนบ้าน ของผู้กู้และคู่สมรส
  • ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • ทะเบียนหย่า ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

แสดงรายได้

  • ใบรับรองเงินเดือน ไม่เกิน 30 วัน (ต้นฉบับ)
  • หลักฐานการจ่ายเงินเดือน , Slip เงินเดือน
  • สมุดบัญชีที่รับเงินเดือน
  • แบบแสดงภาษี ภงด.90 หรือ 91
  • สัญญารับค่าเช่า (ถ้ามี)
  • สมุดบัญชีทุกธนาคารที่มีย้อนหลัง 6 เดือน

แสดงทรัพย์สิน

  • ทะเบียนรถยนต์ที่ไม่ผ่อน
  • โฉนดที่ดินที่ปลอดภาระ , หุ้นกู้ , พันธบัตร
  • สัญญาเช่าบ้านกรณีมีบ้านให้เช่า

แสดงหนี้สิน

  • สัญญากู้ยืม
  • สัญญาเช่าซื้อรถยนต์
  • หลักฐานการผ่อนชำระย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารจากโครงการ

  • สัญญาจะซื้อจะขาย
  • เอกสารการวางเงินมัดจำ หรือผ่อนค่างวด
  • สำเนาโฉนดที่จะซื้อทุกหน้า ห้ามย่อหรือขยาย

สำหรับผู้ทำธุรกิจส่วนตัว

แสดงตน

  • บัตรประจำตัวประชาชน , ทะเบียนบ้าน ของผู้กู้และคู่สมรส
  • ทะเบียนสมรส (ถ้ามี)
  • ทะเบียนหย่า ใบมรณะบัตร (ถ้ามี)
  • ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)

แสดงธุรกิจ

  • หนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วน ไม่เกิน 30 วัน
  • ทะเบียนผู้ถือหุ้น
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • ทะเบียนร้านค้า
  • แบบแสดงภาษี ภงด.90 หรือ 91
  • ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม/ธุรกิจเฉพาะ

แสดงฐานะการเงิน

  • งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี
  • บัญชีธนาคารของธุรกิจย้อนหลัง 6 เดือน
  • สำเนาแบบยื่นภาษีรายได้ประจำงวด/ปี
  • บัญชีธนาคารทุกธนาคารของผู้กู้

แสดงทรัพย์สิน

  • หลักฐานที่ดินที่ทำธุรกิจกรณีเป็นของตนเอง
  • หลักฐานที่ดินที่ทำธุรกิจกรณีเช่า
  • ทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างส่วนตัว
  • ทะเบียนรถยนต์ของธุรกิจและส่วนตัว

แสดงหนี้สิน

  • สัญญากู้ยืม
  • สัญญาเช่าซื้อรถยนต์
  • หลักฐานการผ่อนชำระย้อนหลัง 6 เดือน

เอกสารจากโครงการ

  • สัญญาจะซื้อจะขาย
  • เอกสารการวางเงินมัดจำ หรือผ่อนค่างวด
  • สำเนาโฉนดที่จะซื้อทุกหน้า ห้ามย่อหรือขยาย

ขั้นตอนการขอสินเชื่อ

  1. เตรียมเอกสารให้ครบตามอาชีพของท่าน
  2. ผู้กู้และ/หรือผู้ร่วมกู้ทุกคนต้องไปทำเรื่องขอกู้ เนื่องจากต้องไปกรอกใบคำขอสินเชื่อตามแบบฟอร์มของธนาคาร และต้องลงลายมือชื่อทุกคน
  3. เงื่อนไขการกู้ ขึ้นอยู่กับระเบียบและกฏเกณฑ์ของธนาคารนั้นๆ โดยแต่ละธนาคารมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน

การขอสินเชื่อจากธนาคารพานิชย์ทั่วไป

โดยทั่วไป ธนาคารพานิชย์มีวงเงินปล่อยกู้สูงสุดสำหรับลูกค้าโครงการภูเก็ตวิลล่า ประมาณ 90-95% ของราคาขายบ้าน หรือไม่เกิน 80-90% ของราคาประเมินธนาคาร และใช้วิธีคำนวณความสามารถในการผ่อนต่อเดือนแยกตามประเภทรายได้ ของผู้กู้ ดังนี้

  1. รายได้จากเงินเดือนประจำ พิจารณารายได้จากเงินเดือนรับสุทธิหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัวหักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้
  2. รายได้จากอาชีพอิสระ หากท่านไม่มีเอกสารการเงินที่ชัดเจนหรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอติดต่อกันถึง 3 เดือน จะทำการขอสินเชื่อได้ค่อนข้างยาก โดยธนาคารจะพิจารณาจากความมั่นคงของบริษัทประกอบกับอายุงานและSlip รายได้
  3. รายได้จากธุรกิจส่วนตัว พิจารณารายได้จากยอดขายxกำไร หัก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายครอบครัว หักผ่อนหนี้ต่างๆ ที่ปรากฏในเครดิตบูโรและการค้ำประกันหนี้

การตรวจสอบเครดิตบูโร

ทุกธนาคารจะทำการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของลูกค้าก่อนจะพิจารณาอนุมัติวงเงินกู้ ซึ่งจะตรวจสอบประวัติการกู้ หรือหนี้เสียของลูกค้าโดยละเอียดในเรื่องต่างๆ เหล่านี้

  • หนี้ค้างชำระค่าสาธารณูปโภค เช่น น้ำ ไฟฟ้า โทรศัพท์
  • หนี้ค่าผ่อนชำระสินค้าต่างๆ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนบ้าน
  • ประวัติการถูกฟ้องร้องคดีแพ่ง ล้มละลาย ค้ำประกัน หรือบังคับชำระหนี้อื่นๆ ทุกประเภท

ข้อแนะนำอื่นๆ ที่ผู้ขอสินเชื่อควรทราบ

  • หากผู้กู้มีภาระหนี้เดิม อาจทำให้กู้วงเงินได้น้อย
  • ผู้กู้ไม่ควรมีหนี้ค้างชำระ เช่น หนี้ค่าโทรศัพท์ น้ำ ไฟฟ้า ผ่อนรถยนต์ ผ่อนสินค้าต่างๆ หรือค้ำประกันหนี้
  • ผู้กู้ต้องไม่เคยถูกดำเนินคดีแพ่งหรือล้มละลายมาก่อน
  • หากจดทะเบียนสมรส ต้องมีคู่สมรสมาเซ็นให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมต่อธนาคาร ด้วยโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่น แยกกันอยู่หรือหาตัวไม่เจอ เว้นแต่หย่าขาดกันแล้ว โดยแสดงทะเบียนหย่า
  • ผู้กู้ต้องยื่นหลักฐานการฝากเงิน (บัญชีออมทรัพย์) หรือหลักฐานการออมเงินผ่านประเภทบัญชีต่างๆ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับถึงวันยื่นกู้ธนาคาร โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีพอสมควรเพื่อยืนยันความสามารถในการชำระหนี้ได้
  • ผู้กู้ต้องชำระเงินดาวน์ให้สม่ำเสมอตามกำหนด เนื่องจากธนาคารจะให้ข้อมูลการผ่อนดาวน์มาประกอบการพิจารณากู้ด้วย